5 อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี เพิ่มความยืดหยุ่นการทำงาน

5 อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี เพิ่มความยืดหยุ่นการทำงาน

5 อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี เพิ่มความยืดหยุ่นการทำงาน ช่วงที่ผ่านมามีหลายบริษัทเริ่มให้ความสำคัญกับความสมดุลในชีวิตมากขึ้น เพื่อให้พนักงานผ่อนคลาย เพิ่มความยืดหยุ่นการทำงาน ด้วยอุปกรณ์เสริมที่จำเป็น อย่างอุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อนำเข้ามาอำนวยความสะดวกต่อการทำงาน  และเพิ่มความยืดหยุ่นให้มากขึ้น

ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลือกเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงานเยอะมาก เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้อุปกรณ์ใดและใช้อย่างไร เพื่อปรับสมดุลและเพิ่มประสิทธิผลสูงสุดต่อพนักงานในบริษัท ไม่ว่าจะเป็น แล็ปท็อป คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่ง อุปกรณ์สำนักงานทั่วไปที่ต้องเอื้ออำนวยความสะดวกรอบด้าน

ดังนั้น เรามาดูกันว่า 5 อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี เพิ่มความยืดหยุ่นการทำงาน ที่เหมาะมีอะไรกันบ้าง!?

สารบัญ

1. อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี : คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก (computer – notebook)

คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโน้ตบุ๊ หลายคนทราบกันดีว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานมากขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นใช้เพื่อพิมพ์เอกสาร ทำงานกราฟิก พรีเซนงาน หรือช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานด่านต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ดังนั้นทุกสำนักงานจำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์ และโน้ตบุ๊กที่มีสเปกแรง ช่วยให้การทำงานราบรื่น และสามารถรองรับการทำงานแต่ละอย่างได้ครอบคลุม จึงควรเลือกคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กที่สอดคล้องกับการทำงาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้ระยะยาว รวมไปถึงต้องมีอุปกรณ์เสริมคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นด้วย เช่น เมาส์ แป้นพิมพ์ หูฟัง เป็นต้น โดยต้องเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

2. อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี : แล็ปท็อป (Laptop)

แล็ปท็อป

แล็ปท็อปกลายเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่เพิ่มความยืดหยุ่น มีความแข็งแรงและทนทาน อีกทั้งยังมีขนาดหน้าจอให้เลือกหลายขนาด ทำให้พนักงานสามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม สะดวกต่อการพกพา ถึงแม้บางสำนักงานหรือบางธุรกิจการใช้แล็ปท็อปอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำงาน หากงานนั้นจำเป็นต้องเรียกใช้แอพพลิเคชั่นที่ต้องการสมรรถภาพของอุปกรณ์ขั้นสูง แล็ปท็อปก็อาจเป็นตัวช่วยที่ดีได้

3. อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี : จอมอนิเตอร์ (Monitor)

จอมอนิเตอร์

จอมอนิเตอร์ Monitor หรือที่เรียกอีกอย่างว่า VDU ที่ย่อมาจาก Visual Display Unit เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ โดยรับข้อมูลแล้วแปลงออกมาเป็นสัญญาณภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพ ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ รวมไปถึงสีสันต่าง ๆ ด้วย ซึ่งผลลัพธ์ที่ถูกแสดงออกมานั้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ได้รับ โดยจอมอนิเตอร์ปัจจุบันนิยมใช้มีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่แบบ TN, แบบ VA และแบบ IPS ดังนี้

จอมอนิเตอร์ แบบ TN (Twisted Nematic)

จอคอมพิวเตอร์นี้มีจุดเด่นสำคัญคือ เวลาตอบสนองรวดเร็ว สามารถทำอัตรารีเฟรชถึง 240 Hz และที่สำคัญคือ ราคาหน้าจอมอนิเตอร์ประเภทนี้ถูกกว่าประเภทอื่น ทำให้จอแบบ TN เป็นหนึ่งในตัวเลือกของเกมเมอร์หลายคนที่ให้ความสำคัญกับความเร็วของภาพ ส่วนคุณภาพของสีและภาพไม่ค่อยโดดเด่นมากนัก เพราะมีมุมมองด้านข้างที่แคบและสีค่อนข้างเพี้ยน ซึ่งอาจไม่เหมาะกับการใช้งานด้านภาพ และสีที่ต้องการรายละเอียดและความแม่นยำสูง

จอมอนิเตอร์ แบบ VA ( Vertical Alignment)

เป็นจอคอมพิวเตอร์ที่มีจุดเด่นคือ ค่า Contrast Ratio หรืออัตราส่วนความแตกต่างของสีขาวกับสีดำ ยิ่งมีค่ามาก ความคมชัดมากขึ้นตาม โดยจอภาพแบบ TN และ IPS มีค่า Contrast Ratio อยู่ที่ 1000 : 1 แต่ หน้าจอแบบ VA มีค่า Contrast Ratio ถึง 2000 : 1 หรือถ้าเป็นรุ่นที่สเปกสูงขึ้นก็อาจมีค่านี้สูงไปถึง 4500 : 1 หรือ 6000 : 1 เลยทีเดียว

จอมอนิเตอร์ แบบ IPS (In-Plane Switching)

จอคอมพิวเตอร์นี้จะมีจุดเด่นในด้านของภาพและสี เพราะให้มุมมองกว้างที่สุด ซึ่งเหมาะอย่างมากกับการใช้งานเกี่ยวกับภาพและสีที่ต้องการรายละเอียดและความแม่นยำสูง เช่น การทำกราฟิก ทำให้ราคาจอคอมพิวเตอร์ประเภทนี้สูงกว่าทั่วไป

4. อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี : สมาร์ทโฟน (Mobile devices)

สมาร์ทโฟน

อุปกรณ์เคลื่อนที่ในการทำงานมีความสำคัญอย่างมากสำหรับการทำงานภายในสำนักงาน โดยเฉพาะ กลุ่มงานที่เกี่ยวกับการขาย การขนส่ง การประสานงาน หรือการบริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร ดังนั้นควรมีสมาร์ทโฟนให้แผนกที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 1 เครื่อง และต้องเลือกสมาร์ทโฟนที่มีการใช้งานได้ครอบคลุม และเลือกเครือข่ายของสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ทั้งการโทรและการใช้อินเทอร์เน็ตด้วย

5. อุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยี : เครื่องพิมพ์หรือเครื่องปริ้นเตอร์ (Printers)

เครื่องปริ้นเตอร์

เครื่องปริ้นเตอร์เป็นอุปกรณ์สำนักงานที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานอย่างมาก ยิ่งสำนักงานแห่งไหนต้องพิมพ์เอกสาร หรือแบบฟอร์มต่าง ๆ และต้องใช้เอกสารติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ จึงควรมีเครื่องปริ้นเตอร์อย่างน้อย 1 เครื่อง ที่มีฟังก์ชันรองรับการใช้งานครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น การพิมพ์เอกสาร ถ่ายเอกสาร สแกนเนอร์ และรองรับกระดาษได้หลายขนาด แต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบความเหมาะสมในการใช้งานอีกครั้งด้วย ซึ่งเครื่องปริ้นเตอร์ที่นิยมมี 2 ประเภทได้แก่

เครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท (Inkjet printer)

เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ท เป็นเครื่องปริ้นที่หลายคนนิยมซื้อไว้ใช้งานที่บ้านมากที่สุด เนื่องจากมีขนาดเล็ก จัดวางได้ง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ และสามารถใช้งานได้หลากหลาย จุดเด่นของเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทอยู่ที่การพิมพ์รูปภาพ ภาพที่พิมพ์ด้วยเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทจะมีความเป็นธรรมชาติ สวยงาม และสีสดชัด เหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านเรือน

เครื่องปริ้นเลเซอร์ (Laser Printer)

เครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์ เป็นการพิมพ์โดยใช้วิธีพ่นหมึกด้วยประจุ หมึกของเครื่องปริ้นเตอร์เลเซอร์เป็นผงเคมี แต่ราคาเครื่องพิมพ์ชนิดนี้มักสูงกว่าเครื่องปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ท นิยมใช้ภายในสำนักงานต่าง ๆ โดยเฉพาะออฟฟิศ ธนาคาร บริษัทห้างร้าน ร้านค้าต่าง ๆ มักใช้เครื่องปริ้นเลเซอร์ ก็เพราะว่าเครื่องปริ้นเลเซอร์ ใช้งานง่าย สะดวก และใช้เวลาพิมพ์รวดเร็ว

บทความแนะนำ

สรุป

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำงานอีกมากมาย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน และยังเพิ่มประสิทธิภาพงานให้มีคุณภาพตามต้องการอีกด้วย โดยทุกท่านสามารถเข้าเลือกชมและสั่งซื้อกลุ่มอุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยีได้ที่เว็บไซต์ uniquebig.com เพราะที่นี่เป็นศูนย์รวมอุปกรณ์ไอทีและเทคโนโลยีแบบครบวงจร รับประกันคุณภาพและมาตรฐานจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก พร้อมมีบริการก่อน-หลังการขายที่ดีเยี่ยม

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โทร : 02-922-0291

E-mail : [email protected]

line : @ubcbiz

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

uniquebig.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน