เทคนิคใช้เครื่องปริ้นให้ประหยัดไฟ
เทคนิคประหยัดไฟเครื่องปริ้นที่ได้ผลจริง เรียงตามผลลัพธ์ พร้อมความเชื่อที่ทำกันมานานแต่ไม่ได้ช่วยอะไร
เครื่องปริ้นเป็นอุปกรณ์สำนักงานที่กินไฟแปลก ๆ กว่าอุปกรณ์อื่น เพราะตอนพิมพ์จริงกินไฟหนักมากในช่วงสั้น ๆ แต่ตอนไม่ได้ใช้ก็ยังกินไฟเงียบ ๆ อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และส่วนหลังนี่แหละที่กลายเป็นค่าไฟก้อนใหญ่โดยไม่มีใครสังเกต
บทความนี้รวมเทคนิคที่ทำได้จริงในออฟฟิศ เรียงจากอันที่ได้ผลมากที่สุดลงมา พร้อมบอกตรง ๆ ว่าอันไหนเป็นความเชื่อที่ไม่ได้ช่วยอะไร
ทำไมเครื่องปริ้นถึงกินไฟ
ต้องเข้าใจก่อนว่าไฟหายไปตรงไหน ถึงจะประหยัดได้ถูกจุด
เครื่องเลเซอร์ กินไฟหนักที่สุดตรงชุดทำความร้อน (fuser) ซึ่งต้องอุ่นให้ถึงอุณหภูมิราว 180–200 องศาเพื่อละลายผงหมึกให้ติดกระดาษ ช่วงอุ่นเครื่องนี้กินไฟสูงกว่าตอนพิมพ์ปกติหลายเท่า นี่คือเหตุผลที่การพิมพ์ทีละแผ่นวันละ 10 ครั้ง กินไฟมากกว่าพิมพ์ 10 แผ่นรวดเดียวอย่างชัดเจน
เครื่องอิงค์เจ็ท ไม่มีชุดทำความร้อน จึงกินไฟตอนพิมพ์น้อยกว่าเลเซอร์มาก แต่มีค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่คือทุกครั้งที่เปิดเครื่อง มันจะทำความสะอาดหัวพิมพ์อัตโนมัติ ซึ่งเปลืองหมึกทุกรอบ
เทคนิคที่ได้ผลจริง เรียงตามผลลัพธ์
1. รวมงานพิมพ์เป็นรอบ อย่าพิมพ์ทีละแผ่น
นี่คือข้อที่ได้ผลมากที่สุดสำหรับเครื่องเลเซอร์ และไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
ทุกครั้งที่เครื่องเลเซอร์ตื่นจากโหมดพัก มันต้องอุ่น fuser ใหม่ทั้งหมด ถ้าพนักงานเดินไปสั่งพิมพ์ทีละแผ่น 10 ครั้งต่อวัน เท่ากับอุ่นเครื่อง 10 รอบ แต่ถ้ารวบไว้พิมพ์รอบเดียว 10 แผ่น เท่ากับอุ่นแค่รอบเดียว ได้งานเท่ากันแต่ค่าไฟต่างกันหลายเท่า
วิธีทำจริงคือตั้งวัฒนธรรมง่าย ๆ ว่ารวบเอกสารไว้พิมพ์ตอนเช้าครั้ง บ่ายครั้ง แทนที่จะพิมพ์ทันทีทุกครั้งที่ทำเสร็จ
2. ตั้งเวลาเข้าโหมดพักให้สั้นลง
เครื่องส่วนใหญ่ตั้งมาจากโรงงานให้เข้าโหมดพักหลังไม่ได้ใช้ 15–30 นาที ซึ่งนานเกินไปสำหรับออฟฟิศที่พิมพ์ไม่บ่อย การลดเหลือ 5 นาทีช่วยประหยัดได้จริงโดยแทบไม่กระทบการใช้งาน เพราะเครื่องสมัยใหม่ตื่นเร็วมาก
ตั้งได้จากหน้าจอเครื่องหรือหน้าเว็บของเครื่อง หัวข้อมักชื่อว่า Sleep Mode, Sleep Timer หรือ Auto Power Down
3. เปิดใช้ Auto Power Off สำหรับเครื่องที่ไม่ได้ใช้ตอนกลางคืน
เครื่องที่อยู่ในโหมดพักยังกินไฟอยู่ ราว 1–3 วัตต์ ฟังดูน้อย แต่ถ้าคูณ 24 ชั่วโมง 365 วัน และคูณจำนวนเครื่องในองค์กร ก็เป็นเงินจริง เครื่องรุ่นใหม่มีฟังก์ชันปิดตัวเองอัตโนมัติหลังไม่ได้ใช้หลายชั่วโมง ควรเปิดใช้สำหรับเครื่องที่ไม่มีใครพิมพ์ตอนกลางคืนอยู่แล้ว
4. ใช้เครื่องกลางเครื่องเดียว แทนเครื่องเล็กหลายเครื่อง
ออฟฟิศที่ให้แต่ละแผนกมีเครื่องปริ้นของตัวเอง จะมีเครื่องที่กินไฟโหมดพักอยู่พร้อมกัน 5–6 ตัวตลอดเวลา ทั้งที่ปริมาณพิมพ์รวมกันอาจไม่ถึงที่เครื่องกลางเครื่องเดียวรับไหว
การรวมเป็นเครื่องกลางที่แชร์ผ่านเครือข่าย ไม่ได้ประหยัดแค่ค่าไฟ แต่ประหยัดค่าหมึกและค่าบำรุงรักษาด้วย ข้อแลกเปลี่ยนคือพนักงานต้องเดินไปหยิบ ซึ่งหลายที่พบว่าเป็นผลดีเพราะทำให้คนพิมพ์น้อยลงโดยอัตโนมัติ
5. เลือกเครื่องที่มีฉลากประหยัดพลังงานตั้งแต่ตอนซื้อ
เทคนิคทั้งหมดข้างบนช่วยได้ในกรอบที่ตัวเครื่องกำหนดไว้แล้ว ถ้ากำลังจะซื้อใหม่ ให้ดูค่าการใช้พลังงานในสเปก (มักระบุเป็น TEC หรือ Typical Electricity Consumption หน่วยเป็น kWh/สัปดาห์) ตัวเลขนี้เทียบกันข้ามรุ่นได้ตรง ๆ
สำหรับหน่วยงานราชการ ควรตรวจสอบด้วยว่ารุ่นนั้นอยู่ในบัญชีรายชื่อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ เพราะบางหน่วยงานมีเงื่อนไขการจัดซื้อสีเขียวที่ต้องปฏิบัติตาม
ความเชื่อที่ไม่ได้ช่วยประหยัดไฟ
มีหลายเรื่องที่ทำกันมานานแต่ไม่ได้ผลอย่างที่คิด
"ปิดเครื่องทุกครั้งหลังใช้เสร็จ" — สำหรับเครื่องเลเซอร์ การปิดแล้วเปิดใหม่บ่อย ๆ ทำให้ต้องอุ่น fuser ใหม่ทุกครั้งซึ่งกินไฟมากกว่าปล่อยให้อยู่ในโหมดพัก ถ้ายังต้องใช้อีกภายในไม่กี่ชั่วโมง ปล่อยให้พักดีกว่า แต่ถ้าเลิกงานแล้วค่อยปิด
"พิมพ์สองหน้าช่วยประหยัดไฟ" — ประหยัดกระดาษจริงและควรทำ แต่ไม่ได้ประหยัดไฟ เพราะเครื่องยังต้องอุ่นและทำงานเท่าเดิม บางรุ่นกลับใช้เวลานานขึ้นเพราะต้องพลิกกระดาษ ให้ทำเพื่อประหยัดกระดาษ ไม่ใช่เพื่อค่าไฟ
"โหมด Eco ช่วยประหยัดไฟ" — โหมด Eco หรือ Toner Save ของเครื่องส่วนใหญ่คือการลดปริมาณผงหมึกที่ใช้ ทำให้งานพิมพ์จางลง เป็นการประหยัดหมึก ไม่ใช่ประหยัดไฟ
คิดเป็นตัวเลขให้เห็นภาพ
ลองประเมินคร่าว ๆ สำหรับออฟฟิศที่มีเครื่องเลเซอร์ 5 เครื่อง
- โหมดพัก 2 วัตต์ × 5 เครื่อง × 24 ชม. × 365 วัน = ราว 88 kWh/ปี
- คิดค่าไฟหน่วยละ 4.5 บาท = ราว 395 บาท/ปี ที่จ่ายไปโดยไม่ได้พิมพ์อะไรเลย
ตัวเลขนี้ไม่ได้มากจนน่าตกใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรพูดตรง ๆ ว่าการประหยัดไฟจากเครื่องปริ้นไม่ใช่จุดที่ประหยัดเงินได้เยอะที่สุดในองค์กร ค่าหมึกและค่ากระดาษมักสูงกว่าค่าไฟหลายสิบเท่า
ดังนั้นถ้าเป้าหมายคือลดต้นทุนจริง ๆ ควรเริ่มจากการลดปริมาณพิมพ์และเลือกเครื่องที่ต้นทุนต่อแผ่นต่ำก่อน แล้วค่อยมาจัดการเรื่องค่าไฟเป็นของแถม ดูวิธีเลือกเครื่องที่ต้นทุนต่อแผ่นต่ำได้ที่ เครื่องปริ้นถูกและดี 5 รุ่น
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องปริ้นกินไฟเท่าไหร่
ต่างกันมากตามโหมด เครื่องเลเซอร์ทั่วไปกินราว 300–500 วัตต์ตอนพิมพ์ แต่เหลือ 1–3 วัตต์ตอนพักและเกือบศูนย์ตอนปิด ส่วนอิงค์เจ็ทกินตอนพิมพ์เพียง 10–30 วัตต์เพราะไม่มีชุดทำความร้อน ตัวเลขจริงดูได้จากสเปกของแต่ละรุ่น
เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท อันไหนประหยัดไฟกว่า
อิงค์เจ็ทประหยัดไฟกว่าชัดเจนเพราะไม่ต้องอุ่นความร้อน แต่ถ้ามองต้นทุนรวม เลเซอร์มักถูกกว่าเพราะค่าหมึกต่อแผ่นต่ำกว่าราว 3 เท่า ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่กว่าค่าไฟมาก สำหรับออฟฟิศที่พิมพ์เยอะ เลเซอร์ยังคุ้มกว่าแม้จะกินไฟมากกว่า
ควรปิดเครื่องปริ้นตอนกลางคืนไหม
ควร ถ้าไม่มีใครใช้ตอนกลางคืนอยู่แล้ว การปิดช่วยตัดไฟโหมดพักที่กินอยู่ตลอด 8–10 ชั่วโมงทิ้งไปได้ทั้งหมด แต่ระหว่างวันไม่ควรปิด-เปิดบ่อย ให้ปล่อยเข้าโหมดพักเองจะประหยัดกว่า
องค์กรอยากลดค่าใช้จ่ายเรื่องการพิมพ์ ควรเริ่มจากตรงไหน
เริ่มจากวัดก่อนว่าพิมพ์เดือนละกี่แผ่นและค่าหมึกเท่าไหร่ แล้วคำนวณต้นทุนต่อแผ่นของเครื่องที่ใช้อยู่ ถ้าเกิน 1 บาทต่อแผ่นสำหรับงานขาวดำ แปลว่ามีช่องให้ประหยัดอีกมาก แจ้งปริมาณพิมพ์มาได้ ทีมงานช่วยประเมินว่าเปลี่ยนไปใช้ระบบไหนแล้วคืนทุนภายในกี่เดือน
บทความที่เกี่ยวข้อง
เครื่องปริ้นถูกและดี 5 รุ่น ที่ใช้งานได้จริง
เครื่องปริ้นราคาประหยัด 5 รุ่น พร้อมข้อจำกัดของแต่ละรุ่น และวิธีคิดต้นทุนต่อแผ่นก่อนตัดสินใจซื้อ
6 ยี่ห้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คุณภาพดี สำหรับองค์กร
เทียบ 6 ยี่ห้อคอมตั้งโต๊ะสำหรับองค์กร ทั้งข้อดีและข้อจำกัด พร้อมวิธีตั้งงบและเขียน TOR ไม่ให้ล็อกสเปก