เครื่องปริ้นถูกและดี 5 รุ่น ที่ใช้งานได้จริง
เครื่องปริ้นราคาประหยัด 5 รุ่น พร้อมข้อจำกัดของแต่ละรุ่น และวิธีคิดต้นทุนต่อแผ่นก่อนตัดสินใจซื้อ
เครื่องปริ้นราคาสองพันกว่าบาทดูเหมือนคุ้ม จนกระทั่งหมึกหมดครั้งแรกแล้วพบว่าตลับหมึกราคาเกือบครึ่งของตัวเครื่อง นี่คือกับดักที่ทำให้หลายออฟฟิศจ่ายค่าหมึกแพงกว่าค่าเครื่องภายในปีเดียว
บทความนี้เลือกเครื่องปริ้นราคาประหยัด 5 รุ่นที่ใช้งานจริงได้ พร้อมบอกตรง ๆ ว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับใครและมีข้อจำกัดอะไร รวมถึงวิธีคิดต้นทุนต่อแผ่นที่ควรทำก่อนตัดสินใจ
ถูกและดี วัดกันที่ต้นทุนต่อแผ่น ไม่ใช่ราคาเครื่อง
ก่อนดูรายรุ่น ขอปูวิธีคิดที่สำคัญที่สุดก่อน เพราะเป็นเหตุผลที่เครื่องถูกที่สุดมักไม่ใช่เครื่องที่คุ้มที่สุด
สูตรง่าย ๆ คือ ราคาหมึก ÷ จำนวนแผ่นที่พิมพ์ได้ = ต้นทุนต่อแผ่น ตัวเลขนี้ผู้ผลิตระบุไว้ในสเปกอยู่แล้ว (คำว่า yield หรือจำนวนแผ่นต่อตลับ)
ลองเทียบให้เห็นภาพ สมมติออฟฟิศพิมพ์เดือนละ 500 แผ่น
- เครื่องอิงค์เจ็ทราคา 2,790 บาท ต้นทุนต่อแผ่นราว 1.50 บาท → ค่าหมึกปีละราว 9,000 บาท
- เครื่องเลเซอร์ราคา 1,950 บาท ต้นทุนต่อแผ่นราว 0.50 บาท → ค่าหมึกปีละราว 3,000 บาท
ปีเดียวส่วนต่างค่าหมึกก็มากกว่าส่วนต่างราคาเครื่องไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่ออฟฟิศซึ่งพิมพ์เอกสารขาวดำเป็นหลัก ควรมองเลเซอร์ก่อนเสมอ
เครื่องปริ้นถูกและดี 5 รุ่น ที่ใช้งานได้จริง
1. Pantum P2500 / P2500W — ถูกที่สุดที่ยังคุ้ม
Pantum P2500 / P2500W ราคาเริ่มต้นราว 1,950 บาท เป็นเลเซอร์ขาวดำล้วน พิมพ์อย่างเดียว ไม่มีสแกน ไม่มีถ่ายเอกสาร
เหมาะกับ จุดพิมพ์เอกสารที่ต้องการเครื่องสำรอง หรือออฟฟิศเล็กที่พิมพ์ขาวดำอย่างเดียว
ข้อจำกัด ศูนย์บริการน้อยกว่าแบรนด์ใหญ่ และหมึกหาซื้อตามร้านทั่วไปยากกว่า Brother หรือ HP ถ้าอยู่ต่างจังหวัดควรเช็กจุดบริการก่อน
2. Brother HL-1110 — เลเซอร์ที่หาหมึกง่ายที่สุด
Brother HL-1110 ราคาราว 1,990 บาท ต่างจาก Pantum ตรงที่ตลับหมึก TN-1000 หาซื้อได้แทบทุกร้าน และแยกดรัมกับตลับหมึกออกจากกัน ทำให้เปลี่ยนเฉพาะหมึกได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนดรัมทุกครั้ง
เหมาะกับ ออฟฟิศที่ต้องการความมั่นใจว่าหมึกหมดตอนไหนก็หาซื้อได้ทันที
ข้อจำกัด ต่อสาย USB อย่างเดียว ไม่มี WiFi ถ้าต้องแชร์หลายเครื่องต้องดูรุ่น HL-1210W แทน
3. Brother HL-1210W — เพิ่ม WiFi ในงบไม่เกินสามพันครึ่ง
Brother HL-1210W ราคาราว 3,382 บาท คือ HL-1110 ที่เพิ่ม WiFi เข้ามา ทำให้พิมพ์จากมือถือหรือโน้ตบุ๊กได้โดยไม่ต้องเสียบสาย
เหมาะกับ ออฟฟิศที่มีคนใช้ร่วมกัน 3–10 คน และไม่อยากวางเครื่องติดกับพีซีเครื่องใดเครื่องหนึ่ง
ข้อจำกัด ยังเป็นขาวดำและพิมพ์อย่างเดียว ถ้าต้องสแกนด้วยต้องขยับไปรุ่นมัลติฟังก์ชัน
4. HP DeskJet Ink Advantage 2337 — ครบทั้งพิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสาร
HP DeskJet Ink Advantage 2337 All-in-One ราคาราว 2,790 บาท เป็นอิงค์เจ็ทที่พิมพ์สีได้ สแกนได้ ถ่ายเอกสารได้ ในราคาที่ถูกกว่าเลเซอร์มัลติฟังก์ชันมาก
เหมาะกับ จุดที่ต้องสแกนเอกสารเป็นประจำ หรือต้องพิมพ์สีบ้างเป็นครั้งคราว
ข้อจำกัด ต้นทุนต่อแผ่นสูงกว่าเลเซอร์ราว 3 เท่า และถ้าทิ้งไว้ไม่ได้พิมพ์นาน ๆ หัวพิมพ์อาจตันได้ ไม่เหมาะเป็นเครื่องหลักของงานพิมพ์ปริมาณมาก
5. HP Advantage 2875 — อิงค์เจ็ทที่เพิ่ม WiFi
HP Advantage 2875 ราคาราว 3,390 บาท คือรุ่นที่เติม WiFi ให้กับความสามารถแบบ All-in-One ทำให้สั่งพิมพ์และสแกนผ่านมือถือได้
เหมาะกับ ออฟฟิศเล็กที่ต้องการเครื่องเดียวจบทุกงาน และมีคนใช้หลายคน
ข้อจำกัด เหมือนข้อ 4 คือต้นทุนหมึกต่อแผ่นสูง ควรใช้กับงานที่พิมพ์ไม่เกิน 200–300 แผ่นต่อเดือน
เลือกอย่างไรให้ตรงกับงานจริง
สรุปเป็นแนวทางสั้น ๆ ตามลักษณะการใช้งาน
- พิมพ์ขาวดำเป็นหลัก เกิน 300 แผ่น/เดือน → เลเซอร์ (Pantum P2500 หรือ Brother HL-1110) ต้นทุนต่อแผ่นต่ำกว่าชัดเจน
- ต้องสแกนเอกสารด้วย → All-in-One (HP DeskJet 2337) แต่ยอมรับค่าหมึกที่สูงกว่า
- ใช้ร่วมกันหลายคน → เลือกรุ่นที่มี WiFi (HL-1210W หรือ Advantage 2875) จะประหยัดเวลามากกว่าที่คิด
- พิมพ์เกิน 1,000 แผ่น/เดือน → งบสองพันไม่ตอบโจทย์แล้ว ควรมองเลเซอร์รุ่นองค์กรหรือระบบ Ink Tank ซึ่งต้นทุนต่อแผ่นต่ำกว่ามากในระยะยาว
อยากเข้าใจความต่างของแต่ละประเภทให้ลึกขึ้น อ่านได้ที่ 5 ประเภทเครื่องพิมพ์ที่ควรรู้จัก และถ้าสนใจเรื่องค่าไฟ ลองดู เทคนิคใช้เครื่องปริ้นให้ประหยัดไฟ
ข้อควรรู้เมื่อจัดซื้อเครื่องปริ้นให้หน่วยงาน
สำหรับหน่วยงานราชการและองค์กรที่ต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อ มีจุดที่ต่างจากการซื้อใช้เองอยู่บ้าง
ราคาเครื่องอย่างเดียวไม่พอ ต้องคิดค่าหมึกทั้งรอบปีงบ
การอนุมัติเฉพาะค่าเครื่องแล้วไปตั้งงบค่าหมึกทีหลัง มักทำให้เจอปัญหาว่างบหมึกไม่พอกลางปี วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือประมาณปริมาณพิมพ์ต่อปี คูณด้วยต้นทุนต่อแผ่น แล้วตั้งงบวัสดุสิ้นเปลืองไปพร้อมกันตั้งแต่แรก
ระบุคุณลักษณะ ไม่ระบุยี่ห้อ
เขียนเป็นคุณลักษณะ เช่น "เครื่องพิมพ์เลเซอร์ขาวดำ ความเร็วไม่น้อยกว่า 20 แผ่นต่อนาที รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย" จะปลอดภัยกว่าการระบุรุ่นตรง ๆ และยังได้ของที่ตรงความต้องการ
เช็กว่าหมึกเป็นของแท้และหาซื้อได้ต่อเนื่อง
เครื่องราคาถูกที่ใช้หมึกหายากคือปัญหาในปีที่ 2 ควรถามผู้ขายให้ชัดว่าตลับหมึกรุ่นนั้นยังผลิตอยู่หรือไม่ และมีของพร้อมส่งต่อเนื่องหรือเปล่า
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องปริ้นถูกที่สุดคุ้มที่สุดไหม
ไม่เสมอไป เครื่องอิงค์เจ็ทมักถูกกว่าตอนซื้อแต่ค่าหมึกต่อแผ่นสูงกว่าเลเซอร์ราว 3 เท่า ถ้าพิมพ์เยอะ เครื่องเลเซอร์ที่แพงกว่าตอนแรกจะถูกกว่าภายในปีเดียว ให้คิดจากต้นทุนต่อแผ่นคูณปริมาณพิมพ์ต่อปีเสมอ
เลเซอร์กับอิงค์เจ็ท ออฟฟิศควรใช้อะไร
ถ้าพิมพ์เอกสารขาวดำเป็นหลัก เลเซอร์คุ้มกว่าชัดเจนทั้งเรื่องต้นทุนต่อแผ่นและความเร็ว อิงค์เจ็ทจะเหมาะเมื่อต้องพิมพ์สี พิมพ์ภาพ หรือต้องการเครื่องที่สแกนได้ในงบต่ำ
เครื่องปริ้นไม่ได้ใช้นาน ๆ จะมีปัญหาไหม
อิงค์เจ็ทมีโอกาสหัวพิมพ์ตันถ้าทิ้งไว้เป็นเดือนโดยไม่ได้พิมพ์ ส่วนเลเซอร์ไม่มีปัญหานี้เพราะใช้ผงหมึก ถ้าเป็นเครื่องสำรองที่นาน ๆ ใช้ที ควรเลือกเลเซอร์
ซื้อเครื่องปริ้นให้หน่วยงาน ออกเอกสารอะไรได้บ้าง
ออกใบเสนอราคาในนามหน่วยงาน ใบกำกับภาษี และเอกสารยืนยันการเป็นตัวแทนจำหน่ายสำหรับประกอบการจัดซื้อผ่าน e-GP ได้ครบ แจ้งความต้องการมาได้ตอนขอใบเสนอราคา
บทความที่เกี่ยวข้อง
6 ยี่ห้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คุณภาพดี สำหรับองค์กร
เทียบ 6 ยี่ห้อคอมตั้งโต๊ะสำหรับองค์กร ทั้งข้อดีและข้อจำกัด พร้อมวิธีตั้งงบและเขียน TOR ไม่ให้ล็อกสเปก
การ์ดจอ VGA กับ GPU ต่างกันยังไง
VGA การ์ดจอ และ GPU ต่างกันอย่างไร งานแบบไหนต้องใช้การ์ดจอแยก และข้อควรระวังตอนจัดซื้อให้หน่วยงาน