วิธีเลือกเครื่องสำรองไฟให้เหมาะกับงาน
เครื่องสำรองไฟ (UPS) คืออุปกรณ์ที่จ่ายไฟจากแบตเตอรี่ทันทีเมื่อไฟดับหรือไฟตก ช่วยให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำคัญมีเวลาบันทึกงานและปิดเครื่องอย่างถูกวิธี ป้องกันไฟล์เสียหายและยืดอายุอุปกรณ์ เหมาะกับทั้งโต๊ะทำงานที่บ้าน สำนักงาน และจุดที่มีอุปกรณ์เครือข่ายหรือกล้องวงจรปิดที่ต้องทำงานต่อเนื่อง
- กำลังไฟ VA และ Watt ต้องพอกับโหลดจริง: ตัวเลขสำคัญคือค่า Watt ไม่ใช่ VA อย่างเดียว เช่น SYNDOME ATOM 850-LED จ่ายได้ 850VA/360W ส่วน ECO II-2200-LCD จ่ายได้ถึง 2000VA/1200W วิธีคำนวณคือรวมกำลังวัตต์ของอุปกรณ์ทุกชิ้นที่จะเสียบ แล้วเลือกเครื่องที่จ่าย Watt ได้เกินยอดรวมพอสมควร เผื่ออนาคตและไม่ให้เครื่องทำงานเต็มพิกัดตลอดเวลา
- ประเภทอุปกรณ์ที่ต่อ: คอมพิวเตอร์ทำงานทั่วไปหนึ่งชุดพร้อมจอ ใช้รุ่นราว 850VA ถึง 1000VA อย่าง ATOM 850i-LED หรือ SAVE ONE 1000VA/400W ได้ แต่คอมพิวเตอร์สเปคสูง เครื่องเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็ก หรือหลายเครื่องรวมกัน ควรขยับไปรุ่น 1200VA ขึ้นไปอย่างตระกูล ECO II ระวังอย่าต่อเครื่องพิมพ์เลเซอร์เข้ากับเครื่องสำรองไฟ เพราะกินไฟกระชากสูงเกินที่เครื่องขนาดทั่วไปรับได้
- หน้าจอแสดงผล LED หรือ LCD: รุ่น LED แสดงสถานะพื้นฐานด้วยไฟและเสียงเตือน ส่วนรุ่น LCD อย่าง ATOM 850-LCD แสดงตัวเลขแรงดันไฟและระดับแบตเตอรี่บนจอ ช่วยให้เช็กสภาพไฟฟ้าและวางแผนเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ง่ายกว่า เหมาะกับผู้ดูแลระบบ
- ระยะเวลาสำรองไฟที่ต้องการ: เครื่องสำรองไฟสำนักงานทั่วไปออกแบบมาให้มีเวลาบันทึกงานและปิดเครื่อง ไม่ใช่ใช้งานต่อยาวหลายชั่วโมง ยิ่งโหลดที่ต่อน้อยเทียบกับขนาดเครื่อง เวลาสำรองยิ่งนานขึ้น ถ้าต้องการให้เราเตอร์หรือกล้องวงจรปิดอยู่ได้นานช่วงไฟดับ ให้เลือกเครื่องขนาดใหญ่กว่าโหลดมากๆ
- จำนวนเต้ารับด้านหลัง: นับอุปกรณ์ที่ต้องเสียบจริงก่อนซื้อ และแยกให้ออกว่าช่องไหนมีไฟสำรองจากแบตเตอรี่ ช่องไหนกันไฟกระชากอย่างเดียว อุปกรณ์สำคัญต้องเสียบช่องที่มีแบตเตอรี่สำรองเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
ไฟดับแล้วเครื่องสำรองไฟอยู่ได้กี่นาที? ขึ้นกับโหลดที่ต่อ โดยทั่วไปคอมพิวเตอร์หนึ่งชุดกับเครื่องขนาดเหมาะสมจะได้เวลาราวหลักนาทีถึงสิบกว่านาที เพียงพอสำหรับบันทึกงานและปิดเครื่อง ถ้าต้องการนานกว่านั้นให้เพิ่มขนาดเครื่องหรือลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต่อ
แบตเตอรี่เครื่องสำรองไฟต้องเปลี่ยนไหม? ต้องเปลี่ยนตามรอบ เพราะแบตเตอรี่เสื่อมตามอายุแม้ไม่ค่อยมีไฟดับ สังเกตจากเสียงเตือนของเครื่อง หรือเวลาสำรองที่สั้นลงผิดปกติ ควรทดสอบถอดปลั๊กดูปีละสองสามครั้ง
เครื่องสำรองไฟกับปลั๊กกันไฟกระชากต่างกันอย่างไร? ปลั๊กกันไฟกระชากป้องกันแรงดันเกินชั่วขณะเท่านั้น แต่ไม่มีแบตเตอรี่ เมื่อไฟดับอุปกรณ์จะดับทันที ส่วนเครื่องสำรองไฟทั้งกันไฟกระชากและจ่ายไฟต่อจากแบตเตอรี่ให้อุปกรณ์ทำงานต่อได้