วิธีเลือก Switch Hub ให้เหมาะกับงาน
Switch Hub คืออุปกรณ์กระจายสัญญาณเครือข่ายแบบใช้สาย ทำหน้าที่เชื่อมคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์อื่นเข้าเป็นเครือข่ายเดียวกัน เป็นหัวใจของระบบแลนในสำนักงานทุกขนาด ตั้งแต่ออฟฟิศเล็กไม่กี่เครื่องไปจนถึงอาคารที่มีผู้ใช้หลายสิบจุด
- จำนวนพอร์ตเผื่ออนาคต: นับจำนวนอุปกรณ์ที่จะเสียบสายทั้งหมดแล้วบวกเผื่อไว้ราวหนึ่งในสาม รุ่นในหมวดนี้มีตั้งแต่ 8 พอร์ตอย่าง Aruba Instant On 1930 8G ไปจนถึง 48 พอร์ตอย่าง Aruba Instant On 1930 48G สำหรับสำนักงานใหญ่
- ความเร็วพอร์ต Gigabit หรือ Fast Ethernet: งานปัจจุบันที่มีการโอนไฟล์ขนาดใหญ่หรือใช้ระบบภายในองค์กร ควรเลือกพอร์ต Gigabit (10/100/1000) เป็นหลัก ส่วนรุ่น 10/100Mbps อย่าง D-Link DES-1016D และ DES-1024D ยังเหมาะกับจุดที่ใช้แค่งานพื้นฐาน เช่น ต่อเครื่องพิมพ์หรือเครื่องสแกนที่ไม่ต้องการความเร็วสูง
- PoE จำเป็นไหม: ถ้าต้องจ่ายไฟให้ Access Point กล้อง IP หรือโทรศัพท์ IP ผ่านสายแลนเส้นเดียว ให้เลือกรุ่น PoE เช่น Aruba Instant On 1930 24G PoE 195W โดยดูงบไฟรวม (Power Budget) ให้พอกับจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องจ่ายไฟทั้งหมด
- Managed หรือ Unmanaged: รุ่น Unmanaged อย่าง D-Link DES series เสียบสายแล้วใช้ได้เลย เหมาะกับเครือข่ายเรียบง่าย ส่วนรุ่นบริหารจัดการได้อย่างตระกูล Aruba Instant On ตั้งค่า VLAN แยกเครือข่าย จัดลำดับความสำคัญของทราฟฟิก และดูสถานะผ่านหน้าจัดการได้ เหมาะกับองค์กรที่มีฝ่ายไอทีดูแล
- พอร์ต SFP/SFP+ สำหรับเชื่อมระหว่างชั้นหรืออาคาร: ถ้าต้องลากสายไฟเบอร์เชื่อมตู้แร็คหลายจุด ให้เลือกรุ่นที่มีพอร์ต SFP หรือ SFP+ อย่าง Aruba Instant On 1930 24G 4SFP+ ซึ่งรองรับลิงก์ความเร็วสูงระหว่างสวิตช์
คำถามที่พบบ่อย
ออฟฟิศประมาณ 15 คนควรใช้กี่พอร์ต? โดยทั่วไปเริ่มที่ 24 พอร์ต เพราะนอกจากคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องแล้ว ยังต้องเผื่อเครื่องพิมพ์ส่วนกลาง Access Point และอุปกรณ์ที่จะเพิ่มในอนาคต การเผื่อพอร์ตตั้งแต่แรกถูกกว่าการซื้อสวิตช์เพิ่มทีหลัง
สวิตช์แบบตั้งโต๊ะกับแบบติดตู้แร็คต่างกันอย่างไร? ต่างกันที่รูปแบบติดตั้งเป็นหลัก รุ่นตัวถังโลหะแบบ Rackmount เช่น D-Link DES-1024D ยึดเข้าตู้แร็คมาตรฐานได้ ระบายความร้อนดีและจัดสายเป็นระเบียบ เหมาะกับห้องเซิร์ฟเวอร์ ส่วนแบบตั้งโต๊ะเหมาะกับจุดใช้งานย่อยตามแผนก