วิธีเลือกเครื่องทำลายเอกสารให้เหมาะกับงาน
เครื่องทำลายเอกสารเป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับทุกองค์กรที่ต้องกำจัดเอกสารสำคัญ เช่น ข้อมูลลูกค้า เอกสารการเงิน หรือสัญญาที่หมดอายุ เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลตามหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การเลือกรุ่นให้ตรงกับปริมาณงานและระดับความลับของเอกสารคือหัวใจสำคัญ
- รูปแบบการตัด: มีสามระดับหลัก ตัดตรง (Strip-Cut) อย่าง OASTAR Winner V-T ทำลายเร็วแต่เศษยังพออ่านต่อได้ เหมาะเอกสารทั่วไป ตัดละเอียด (Cross-Cut) อย่าง OASTAR Winner V-S ตัดเป็นชิ้นเล็ก ปลอดภัยขึ้นมาก เหมาะเอกสารธุรกิจส่วนใหญ่ และตัดละเอียดพิเศษ (Micro-Cut) อย่าง Fellowes AutoMax 200M สำหรับเอกสารความลับสูง เช่น ข้อมูลการเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคล
- ระบบป้อนกระดาษ: ถ้าต้องทำลายเอกสารครั้งละมากๆ รุ่นป้อนอัตโนมัติอย่างตระกูล Fellowes AutoMax เช่น AutoMax 350C หรือ 550C ให้วางปึกกระดาษแล้วเดินไปทำงานอื่นได้เลย ไม่ต้องยืนป้อนทีละไม่กี่แผ่นเหมือนรุ่นป้อนมือ
- ปริมาณงานต่อวัน: เครื่องแต่ละรุ่นมีจำนวนแผ่นต่อครั้งและระยะเวลาทำงานต่อเนื่องต่างกัน ผู้ใช้คนเดียวหรือทีมเล็กใช้รุ่นตั้งโต๊ะได้ แต่ถ้าใช้ร่วมกันทั้งแผนก ควรเลือกรุ่นสำนักงานที่มอเตอร์รองรับงานต่อเนื่องนานกว่า ไม่ต้องหยุดพักเครื่องบ่อย
- ขนาดถังเก็บเศษ: ถังเล็กต้องเทบ่อย ถ้าวางไว้ใช้รวมกันหลายคน เลือกถังความจุมากจะสะดวกกว่า และควรดูว่าดึงถังออกเทได้ง่ายหรือไม่
- ความสามารถเสริม: หลายรุ่นทำลายได้มากกว่ากระดาษ เช่น ลวดเย็บ คลิปหนีบ บัตรพลาสติก หรือแผ่นซีดี ถ้าองค์กรต้องกำจัดบัตรพนักงานเก่าหรือสื่อบันทึกข้อมูล ควรเช็กข้อนี้ก่อนซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
ตัดตรงกับตัดละเอียดต่างกันแค่ไหน? ตัดตรงได้เศษเป็นเส้นยาวซึ่งในทางทฤษฎียังประกอบกลับได้ ส่วนตัดละเอียดหั่นทั้งแนวตั้งและแนวขวางเป็นชิ้นเล็กจำนวนมาก ทำให้กู้คืนข้อมูลแทบเป็นไปไม่ได้ เอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลควรใช้ตัดละเอียดขึ้นไป
ต้องเอาลวดเย็บออกก่อนไหม? ขึ้นอยู่กับรุ่น เครื่องสำนักงานหลายรุ่นรับลวดเย็บและคลิปขนาดเล็กได้ แต่ควรอ่านข้อกำหนดของรุ่นนั้นก่อนเสมอ เพราะการป้อนวัสดุที่เครื่องไม่รองรับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ใบมีดเสียหายเร็ว