วิธีเลือกอุปกรณ์ PoE ให้เหมาะกับงาน
อุปกรณ์ PoE (Power over Ethernet) จ่ายไฟและส่งข้อมูลผ่านสายแลนเส้นเดียวกัน ทำให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด Access Point และโทรศัพท์ไอพีได้โดยไม่ต้องเดินปลั๊กไฟไปถึงจุดติดตั้ง เหมาะกับงานระบบกล้อง งานกระจาย Wi-Fi ในอาคาร และไซต์ที่การเดินสายไฟเพิ่มมีต้นทุนสูง หัวใจของหมวดนี้คือสวิตช์ PoE ที่ต้องเลือกให้พอดีกับจำนวนและกำลังไฟของอุปกรณ์ปลายทาง
- จำนวนพอร์ต PoE: นับอุปกรณ์ที่ต้องรับไฟจริงแล้วเผื่ออนาคต งานเล็กใช้รุ่นอย่าง Zyxel GS1350-6HP หรือ D-Link DES-F1006P-E งานขนาดกลางมอง 8-10 พอร์ตอย่าง GS1900-10HP ส่วนระบบกล้องทั้งอาคารให้ขยับไป 16-24 พอร์ตอย่าง GS1350-18HP หรือ GS1350-26HP
- งบกำลังไฟรวม (PoE Budget): สวิตช์แต่ละรุ่นจ่ายไฟรวมได้จำกัด ให้รวมกำลังไฟของอุปกรณ์ปลายทางทุกตัว เช่น กล้องแบบหมุนได้กินไฟมากกว่ากล้องธรรมดาหลายเท่า แล้วเลือกสวิตช์ที่มีงบกำลังไฟเหลือเผื่ออย่างน้อยราวหนึ่งในสี่ เพื่อไม่ให้บางพอร์ตถูกตัดไฟเมื่อโหลดเต็ม
- มาตรฐาน PoE ของอุปกรณ์ปลายทาง: เช็กว่ากล้องหรือ AP ที่ใช้ต้องการ PoE มาตรฐานใด (เช่น 802.3af หรือ 802.3at ที่จ่ายไฟสูงกว่า) แล้วเลือกสวิตช์ที่รองรับมาตรฐานนั้นทุกพอร์ตที่ต้องใช้งานจริง
- ระยะเดินสายไกล: งานกล้องที่จุดติดตั้งอยู่ไกล เช่น รั้วหรือลานจอดรถ ให้มองรุ่นที่มีโหมดส่งระยะไกลอย่าง D-Link DES-F1010P-E ที่ระบุระยะถึง 250 เมตรในโหมดพิเศษ หรือซีรีส์ Zyxel GS1350 ที่ออกแบบมาเพื่องานกล้องวงจรปิดโดยเฉพาะ
- Managed หรือ Unmanaged: รุ่น Smart Managed อย่างตระกูล GS1350 สั่งรีสตาร์ตกล้องที่ค้างจากระยะไกลได้ผ่านการตัด-จ่ายไฟรายพอร์ต ช่วยลดการปีนไปกดรีเซ็ตที่ตัวกล้อง ส่วนแบบ Unmanaged เหมาะกับงานเล็กที่ต้องการเสียบแล้วจบ
คำถามที่พบบ่อย
อุปกรณ์ที่ไม่รองรับ PoE เสียบกับสวิตช์ PoE ได้ไหม? ได้ สวิตช์ PoE มาตรฐานจะตรวจสอบก่อนจ่ายไฟ ถ้าปลายทางไม่ใช่อุปกรณ์ PoE ก็จะส่งเฉพาะข้อมูลตามปกติ จึงใช้พอร์ตเดียวกันกับคอมพิวเตอร์หรือปริ้นเตอร์ทั่วไปได้อย่างปลอดภัย
ทำไมกล้องบางตัวดับเมื่อต่อครบทุกพอร์ต? ส่วนใหญ่เกิดจากงบกำลังไฟรวมของสวิตช์ไม่พอ ไม่ใช่พอร์ตเสีย ให้รวมกำลังไฟที่อุปกรณ์ทุกตัวต้องการแล้วเทียบกับ PoE Budget ของสวิตช์ ถ้าเกินให้กระจายโหลดไปสวิตช์เพิ่มหรือเปลี่ยนเป็นรุ่นที่จ่ายไฟรวมได้สูงกว่า