วิธีเลือกพลาสติกเคลือบบัตรให้เหมาะกับงาน
พลาสติกเคลือบบัตร (ฟิล์มเคลือบร้อน) ใช้คู่กับเครื่องเคลือบเอกสารเพื่อปกป้องบัตร เอกสาร ป้าย และงานพิมพ์จากน้ำ รอยขีดข่วน และการฉีกขาด นิยมใช้เคลือบบัตรพนักงาน เมนูอาหาร ป้ายราคา ใบประกาศ และเอกสารที่ต้องหยิบใช้บ่อย หัวใจของการเลือกคือขนาดซองต้องพอดีกับชิ้นงาน โดยเผื่อขอบให้ฟิล์มผนึกรอบชิ้นงานได้สนิท
- ขนาดซองเคลือบต้องใหญ่กว่าชิ้นงานเล็กน้อย: หลักการคือเผื่อขอบราว 3-5 มม. ต่อด้าน เช่น เอกสาร A4 ใช้ซองขนาด A4 พอดี ส่วนงานใหญ่อย่างโปสเตอร์หรือประกาศใช้ขนาด A3 (303x426 มม.) ในหมวดนี้มีฟิล์มตราขวานให้เลือกตั้งแต่ A3, B4 ไปจนถึงขนาดบัตรเล็ก 60x90 มม.
- เลือกขนาดตามชนิดบัตร: บัตรขนาดนามบัตรทั่วไปมักใช้ซอง 60x90 หรือ 65x95 มม. บัตรพนักงานหรือบัตรแนวตั้งที่ใหญ่ขึ้นใช้ 70x100 ถึง 80x110 มม. ส่วน 110x154 มม. เหมาะกับภาพถ่ายหรือการ์ดขนาดกลาง วัดชิ้นงานจริงก่อนสั่งทุกครั้งเพื่อไม่ให้ซองเล็กเกินไปจนขอบไม่ผนึก
- ความหนาของฟิล์ม: ฟิล์มหนาให้ความแข็งเหมือนบัตรพลาสติก เหมาะกับบัตรที่พกพาหรือหยิบใช้ทุกวัน ส่วนฟิล์มบางเหมาะกับเอกสารแผ่นใหญ่ที่ต้องการความยืดหยุ่น ทั้งนี้ต้องเช็กว่าเครื่องเคลือบที่มีรองรับความหนานั้นหรือไม่
- ความเข้ากันได้กับเครื่องเคลือบ: ฟิล์มเคลือบร้อนต้องใช้กับเครื่องเคลือบแบบร้อนเท่านั้น และหน้ากว้างของซองต้องไม่เกินหน้ากว้างช่องป้อนของเครื่อง เช่น เครื่องเคลือบ A4 จะเคลือบซอง A3 ไม่ได้
- ปริมาณการใช้: ฟิล์มขายเป็นแพ็คบรรจุหลายแผ่น งานที่เคลือบประจำ เช่น ทำบัตรพนักงานทุกเดือน ควรสต๊อกขนาดที่ใช้บ่อยไว้ เพราะขนาดเล็กเฉพาะทางบางขนาดไม่ได้มีขายทั่วไปทุกร้าน
คำถามที่พบบ่อย
เคลือบแล้วมีฟองอากาศหรือขอบไม่ติด แก้อย่างไร? มักเกิดจากอุณหภูมิเครื่องยังไม่ถึงจุดที่กำหนด หรือชิ้นงานใหญ่เกินซองจนไม่มีขอบให้ฟิล์มผนึกกัน ให้รอเครื่องร้อนเต็มที่ก่อนป้อน และเลือกซองที่ใหญ่กว่าชิ้นงานเสมอ
ใช้ซองใหญ่เคลือบงานเล็กแล้วตัดขอบทิ้งได้ไหม? ได้ แต่ต้องเหลือขอบฟิล์มที่ผนึกกันไว้รอบชิ้นงานอย่างน้อย 2-3 มม. ถ้าตัดชิดชิ้นงานเกินไป ขอบจะเปิดและความชื้นเข้าได้ วิธีที่เรียบร้อยกว่าคือเลือกซองขนาดพอดีตั้งแต่แรก