วิธีเลือกซองบัตรพลาสติกให้เหมาะกับงาน
ซองบัตรพลาสติกและป้ายชื่อพลาสติกเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของงานสำนักงาน งานสัมมนา และงานจัดเก็บเอกสาร ใช้ทั้งใส่บัตรพนักงาน ป้ายชื่อผู้เข้าอบรม ไปจนถึงซองแข็งใส่เอกสารแผ่นใหญ่ที่ไม่ต้องการให้ยับหรือเปียก การเลือกให้ตรงขนาดและลักษณะการใช้จะช่วยให้งานดูเรียบร้อยและเอกสารอยู่ในสภาพดี
- ขนาดของสิ่งที่จะใส่: วัดขนาดบัตรหรือเอกสารจริงก่อนสั่งเสมอ ป้ายชื่อพลาสติกอย่าง No.7 เหมาะกับบัตรขนาดมาตรฐานทั่วไป ส่วนเอกสารแผ่นใหญ่อย่างแบบแปลน โปสเตอร์ หรือใบประกาศ ต้องใช้ซองพลาสติกแข็งขนาด A3 เช่นของเบนน่อนหรือเซกิเซ ซองที่ใหญ่เกินไปจะทำให้ของข้างในเลื่อนไปมา ส่วนซองที่พอดีเกินไปจะใส่ลำบาก
- แนวตั้งหรือแนวนอน: ป้ายชื่อมีทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน ให้เลือกตามการออกแบบบัตรขององค์กร บัตรพนักงานที่พิมพ์เนื้อหาแนวตั้งต้องใช้ซองแนวตั้งเท่านั้น ไม่เช่นนั้นต้องเอียงคออ่าน
- ความแข็งของพลาสติก: ซองอ่อนใช้งานชั่วคราวได้แต่ยับง่าย ส่วนซองพลาสติกแข็งเหมาะกับเอกสารที่ต้องหยิบใช้ซ้ำบ่อย ติดผนัง หรือส่งต่อหลายมือ เพราะคงรูปและปกป้องมุมเอกสารได้ดีกว่า
- วิธีคล้องหรือติดตั้ง: เช็กว่าซองรองรับการใช้งานที่ต้องการ เช่น มีรูสำหรับคล้องสายคล้องคอ หนีบกับคลิป หรือเจาะแขวน หากซื้อป้ายชื่อสำหรับงานสัมมนา อย่าลืมสั่งสายคล้องหรือคลิปหนีบให้ครบจำนวนพร้อมกัน
- จำนวนต่อแพ็ก: ซองพลาสติกแข็งมักขายเป็นแพ็ก เช่น แพ็กละ 20 ใบ ให้คำนวณจากจำนวนผู้ใช้จริงบวกสำรอง เพราะซองใสมีรอยขีดข่วนได้เมื่อใช้ไปนาน การมีสำรองช่วยให้เปลี่ยนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสั่งใหม่
คำถามที่พบบ่อย
ซองพลาสติกแข็ง A3 ใส่กระดาษ A4 ได้ไหม? ใส่ได้แต่ไม่สวย เพราะกระดาษจะเลื่อนไปมาในซองและดูหลวม ถ้าเอกสารหลักเป็น A4 ควรใช้ซองขนาด A4 โดยตรง เก็บซอง A3 ไว้สำหรับแบบแปลนหรือเอกสารแผ่นใหญ่จริงๆ
ป้ายชื่อพลาสติกใช้ซ้ำได้หรือเปล่า? ได้ นี่คือข้อดีหลักของป้ายชื่อแบบซองพลาสติก เพียงพิมพ์กระดาษชื่อใหม่สอดเข้าไปแทนใบเดิม เหมาะกับงานอบรมที่จัดเป็นประจำ ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและขยะจากป้ายแบบใช้แล้วทิ้ง