วิธีเลือกไฟร์วอลล์ Zyxel ให้เหมาะกับงาน
อุปกรณ์ Zyxel ในหมวดนี้ส่วนใหญ่เป็นไฟร์วอลล์ระดับองค์กรตระกูล USG FLEX และ ATP ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ให้เครือข่ายสำนักงาน เหมาะกับธุรกิจที่มีพนักงานใช้อินเทอร์เน็ตร่วมกันหลายคน มีระบบภายในที่ต้องปกป้อง หรือต้องการทำ VPN ให้พนักงานทำงานจากนอกออฟฟิศได้อย่างปลอดภัย
- ขนาดองค์กรและจำนวนผู้ใช้: รุ่นตัวเลขน้อยอย่าง USG FLEX 50 เหมาะกับออฟฟิศขนาดเล็กหรือสาขาย่อย ขยับเป็น USG FLEX 200 และ 500 สำหรับธุรกิจขนาดกลางที่มีผู้ใช้และทราฟฟิกมากขึ้น ส่วน USG FLEX 700 รองรับองค์กรขนาดใหญ่ การเลือกเผื่อการเติบโตของทีมไว้บ้างจะช่วยไม่ให้ต้องเปลี่ยนเครื่องเร็วเกินไป
- Bundle License หรือ Non-Bundle: รุ่น Bundled มาพร้อมไลเซนส์ฟีเจอร์ความปลอดภัยครบชุดตั้งแต่แกะกล่อง เช่น การกรองเว็บ ป้องกันไวรัส และป้องกันการบุกรุก ส่วนรุ่น Non-Bundle ตัวเครื่องอย่างเดียว เหมาะกับผู้ที่ต้องการเลือกซื้อไลเซนส์เฉพาะฟีเจอร์ที่ใช้ หรือมีไลเซนส์เดิมอยู่แล้ว
- ระดับการป้องกันภัยคุกคาม: ถ้าองค์กรเสี่ยงต่อมัลแวร์รูปแบบใหม่หรือไฟล์แนบต้องสงสัยจำนวนมาก ตระกูล ATP เช่น ATP800 มีระบบวิเคราะห์ภัยคุกคามขั้นสูงแบบ Sandboxing ที่ตรวจไฟล์ไม่รู้จักก่อนปล่อยเข้าเครือข่าย ซึ่งเหนือกว่าการป้องกันพื้นฐานของตระกูล USG FLEX
- ต้องการ WiFi ในตัวหรือไม่: USG FLEX 50AX รวมไฟร์วอลล์กับ WiFi ไว้ในเครื่องเดียว เหมาะกับออฟฟิศเล็กที่อยากลดจำนวนอุปกรณ์ แต่ถ้าพื้นที่กว้างควรใช้ไฟร์วอลล์แยกกับ Access Point หลายตัวจะครอบคลุมกว่า
- การเชื่อมต่อ VPN และสาขา: หากมีหลายสาขาหรือพนักงานทำงานระยะไกล ให้ตรวจจำนวน VPN Tunnel ที่รุ่นนั้นรองรับให้พอกับจำนวนจุดเชื่อมต่อจริง
คำถามที่พบบ่อย
USG FLEX กับ ATP เลือกอะไรดี? ถ้างบจำกัดและความเสี่ยงทั่วไป USG FLEX ครอบคลุมการป้องกันหลักครบ แต่ถ้าข้อมูลในองค์กรมีความอ่อนไหวสูงหรือเคยเจอมัลแวร์เจาะระบบ ATP ที่มี Sandboxing จะรับมือภัยคุกคามแบบใหม่ได้ดีกว่า
ไลเซนส์หมดอายุแล้วเครื่องยังใช้ได้ไหม? ตัวเครื่องยังทำงานเป็นไฟร์วอลล์พื้นฐานได้ แต่ฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ต้องอัปเดตฐานข้อมูล เช่น การกรองเว็บและป้องกันไวรัส จะหยุดอัปเดต จึงควรต่ออายุก่อนหมดเพื่อการป้องกันที่ต่อเนื่อง