วิธีเลือกสติกเกอร์อิงค์เจ็ทให้เหมาะกับงาน
สติกเกอร์อิงค์เจ็ทคือกระดาษสติกเกอร์ที่เคลือบผิวมาให้รับหมึกอิงค์เจ็ทโดยเฉพาะ นิยมใช้พิมพ์ฉลากสินค้า ป้ายราคา สติกเกอร์ติดกล่องพัสดุ ป้ายชื่อแฟ้ม หรือฉลากขวดในออฟฟิศและร้านค้าขนาดเล็กที่พิมพ์เองได้โดยไม่ต้องสั่งโรงพิมพ์ จุดเด่นคือพิมพ์ได้ทีละแผ่นตามจำนวนที่ใช้จริง แก้ไขข้อความได้ทุกครั้งที่พิมพ์
- ความเข้ากันได้กับเครื่องพิมพ์: สติกเกอร์อิงค์เจ็ทออกแบบมาสำหรับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเท่านั้น ห้ามนำเข้าเครื่องเลเซอร์ เพราะความร้อนของชุดความร้อนอาจทำให้กาวละลายและติดค้างในเครื่อง ก่อนซื้อควรเช็กว่าที่ออฟฟิศใช้เครื่องพิมพ์ระบบไหน
- ลักษณะผิวหน้ากระดาษ: ผิวด้านเหมาะกับงานฉลากข้อความที่ต้องเขียนเพิ่มด้วยปากกาได้ ส่วนผิวมันเหมาะกับงานที่ต้องการสีสดเช่นฉลากสินค้า ควรดูรายละเอียดรุ่นก่อนสั่ง เช่น สติกเกอร์อิงค์เจ็ท Hi-jet No.NSM904-10 ให้ตรวจสอบชนิดผิวและจำนวนแผ่นต่อแพ็คจากหน้าสินค้า
- ขนาดแผ่นและการไดคัท: แบบแผ่นเต็ม A4 ยืดหยุ่นที่สุดเพราะตัดเองได้ตามต้องการ ส่วนแบบไดคัทสำเร็จเหมาะกับงานที่พิมพ์ฉลากขนาดเดียวซ้ำจำนวนมาก ลอกง่าย ไม่ต้องใช้กรรไกร
- ชนิดกาวและพื้นผิวที่จะติด: กาวมาตรฐานติดกระดาษ กล่องลูกฟูก และพลาสติกผิวเรียบได้ดี แต่ถ้าติดผิวโค้ง ผิวขรุขระ หรือของที่ต้องแช่เย็น ควรทดลองติดจริงก่อนพิมพ์ทั้งล็อต
- ปริมาณการใช้ต่อเดือน: ถ้าพิมพ์ฉลากประจำทุกสัปดาห์ ควรซื้อเป็นแพ็คสำรองไว้ เพราะกระดาษสติกเกอร์ที่เก็บดีในซองเดิม ไม่โดนความชื้น ใช้งานได้อีกนาน
คำถามที่พบบ่อย
พิมพ์แล้วหมึกเลอะหรือแห้งช้าทำอย่างไร? ตั้งค่าเครื่องพิมพ์เป็นโหมดกระดาษพิเศษหรือกระดาษเคลือบแทนกระดาษธรรมดา แล้วรอให้หมึกแห้งสนิทก่อนซ้อนแผ่นทับกัน หากยังเลอะ ให้ลดความเข้มของหมึกลงหนึ่งระดับ
สติกเกอร์อิงค์เจ็ทกันน้ำไหม? เนื้อกระดาษทั่วไปไม่กันน้ำ หมึกอิงค์เจ็ทแบบ dye โดนน้ำแล้วซึมได้ ถ้างานต้องโดนละอองน้ำ ควรเคลือบทับด้วยเทปใสหรือแผ่นเคลือบอีกชั้น หรือเลือกวัสดุแบบกันน้ำโดยเฉพาะ