7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ Projector ที่เหมาะสม!

7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ Projector ที่เหมาะสม!

7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ Projector ที่เหมาะสม! โปรเจคเตอร์ (Projector) หนึ่งในอุปกรณ์สำนักงานที่มีความสำคัญต่องานประชุม การนำเสนอ การเรียน การสอน การแถลงข่าว รวมถึงการรับชมสื่อต่าง ๆ เพื่อแสดงภาพและเสียงให้ได้รับรู้ทั่วกัน พร้อมสร้างประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด หากคุณกำลังมองหาโปรเจคเตอร์สักเครื่องมาใช้งาน ทางเรามี 7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ Projector ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุดมาแนะนำ!

สารบัญ

7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ Projector ที่เหมาะสม! 

โปรเจคเตอร์ (Projector) มีหน้าที่ในการรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเล่น Blu-Ray เพื่อสร้างภาพขึ้นมาฉายไปยังหน้าจอ กำแพง หรือพื้นผิวอื่น ๆ ที่ผู้ใช้งานต้องการ ซึ่งการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ที่ดีจะให้ความคมชัด สดใส และไม่ทำให้สีของพื้นผิวหรือภาพที่ฉายเกิดความผิดเพี้ยน ซึ่งในปัจจุบันโปรเจคเตอร์มีหลายรูปแบบ ทั้งการใช้งานนำเสนอภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ฉะนั้น เรามาดูกันว่า 7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ที่เหมาะสม และตอบโจทย์การใช้งานนั้นควรพิจารณาจากอะไรบ้าง?

1. พิจารณาเลือกโปรเจคเตอร์ให้ตรงกับการใช้งาน

คุณต้องทราบวัตถุประสงค์ในการใช้งานของตัวเอง เนื่องจากโปรเจคเตอร์สามารถนำมาใช้งานได้หลายรูปแบบ ทั้งการดูหนัง นำเสนองาน หรือใช้ในการเรียน-การสอน เป็นต้น และโปรเจคเตอร์ในแต่ละแบบมีการใช้งานที่แตกต่างกัน 

  • โปรเจคเตอร์สำหรับการดูหนัง ควรเลือกคุณภาพของภาพ ความ Contrast และสีสันของภาพที่แสดงออกมาเป็นหลัก รวมทั้งความละเอียดของภาพเพื่อช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ 
  • โปรเจคเตอร์สำหรับการนำเสนองาน ควรเน้นเรื่องของค่าความสว่างเพื่อการนำเสนองานในห้องประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ 
  • โปรเจคเตอร์สำหรับการพกพา เพื่อการประชุมนอกสถานที่ พักผ่อนกับครอบครัว หรือตั้งแคมป์ดูหนังตอนกลางคืน ควรเลือกโปรเจคเตอร์ขนาดกะทัดรัด เน้นที่ค่าความสว่าง และคุณภาพของภาพที่มีความละเอียด 

2. รูปแบบการฉายที่ต้องการ

มาตรฐาน Color Gamut ขอบเขตสีที่อุปกรณ์จอภาพสามารถแสดงได้ ยิ่งเยอะ ยิ่งแสดงสีได้หลากหลาย ทั้งแบบที่เหมาะกับจอคอม เช่น sRGB และ Adobe RGB โดยในปัจจุบันมีรูปแบบการฉายภาพที่แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • การฉายภาพแบบ LCD (Liquid Crystal Display) ให้ค่าความสว่างมาก เสียงใช้งานที่เงียบ และให้ภาพที่มีสีสันสวยงาม
  • การฉายภาพแบบ DLP (Digital Light Processing) ให้ภาพการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลดูเป็นธรรมชาติ ค่า Contrast ที่ดี และขนาดเล็กง่ายต่อการพกพา
  • การฉายภาพแบบ LCoS (Liquid Crystal on Silicon) ให้ค่าความคมชัดและสีดำที่ยอดเยี่ยม สีสันและความ Contrast ดีเยี่ยม ภาพเคลื่อนไหวลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ

3. ความละเอียดภาพ

ความละเอียดของภาพมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ Full HD, 4K ไปจนถึง 8K หากคุณต้องการโปรเจคเตอร์ที่ให้ภาพความคมชัดละเอียดทุกมุมมองควรเลือกโปรเจคเตอร์ที่รองรับการฉายที่ความละเอียด 4K (3,840 x 2,160 พิกเซล) หรือต้องการความคมชัดแบบชุดใหญ่ต้อง 8K (7,620 x 4,320 พิกเซล)

4. อัตราส่วนการฉาย

อัตราส่วนการฉาย (Throw Ratio) ของความกว้างจอกับระยะฉาย ปกติจะอยู่ที่ 1.1-1.2X ยิ่งมีค่ามาก ยิ่งฉายภาพได้กว้างขึ้น แต่ราคาก็สูงขึ้นเช่นกัน หากต้องการรู้ว่าอัตราส่วนการฉายที่เหมาะสม สามารถคำนวณได้ด้วยสูตร Throw Ratio = ระยะห่าง / ความกว้าง

5. ความสว่าง

ความสว่างของโปรเจคเตอร์วัดด้วยค่าลูเมน (Lumen) ยิ่งมีค่าลูเมนที่สูงจะยิ่งทำให้ภาพที่ปรากฏบนฉากมีความสว่าง สดใส และมีชีวิตชีวา ไม่ควรเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ที่สามารถทำความสว่างได้ต่ำกว่า 3,400 ลูเมน และหากอยู่ในพื้นที่ที่มีแสงรบกวนเยอะ ควรเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ที่มีค่าความสว่างมากเพียงพอที่จะฉายสู้กับแสงเหล่านั้นได้

6. การปรับคีย์สโตนอัตโนมัติ

Keystone correction ช่วยให้ภาพไม่เบี้ยวเวลา ก้ม หรือเงยเครื่องมาก ๆ ในปัจจุบัน สามารถปรับได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน ปรับรายมุมได้อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการโปรเจคเตอร์ที่ปรับให้เองโดยอัตโนมัติ หรือผู้ใช้งานเป็นคนปรับเองก็ได้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งของโปรเจคเตอร์อยู่บ่อยครั้ง การเลือกใช้โปรเจคเตอร์รุ่นที่สามารถปรับคีย์สโตนได้อัตโนมัติเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์

7. พอร์ตการเชื่อมต่อ

โดยทั่วไปโปรเจคเตอร์มีพอร์ตการเชื่อมต่อผ่านสาย HDMI, VGA และ DVI แต่ด้วยเทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดโปรเจคเตอร์สามารถรองรับการเชื่อมต่อผ่าน AirPlay, Google Cast หรือ Miracast เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นใช้งานทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น

ทั้งนี้ หากคุณต้องการโปรเจคเตอร์ที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมต่อการใช้งาน ทางเราขอแนะนำ “Wanbo Mini Projector” ดีไซน์น่ารัก พกพาสะดวก วางในบ้านก็เป็นพรอพอย่างดี แถมคุณภาพในเรื่องของภาพและเสียงก็ไม่ธรรมดา ความชัดระดับ FULL HD 1080P ราคาเริ่มต้นที่ 2 พันกว่าบาท คุ้มค่า คุ้มราคา ใช้งานได้ดีเยี่ยม 

Wanbo Mini Projector 5 รุ่นที่ขายดี ที่สุด!!

1. มินิโปรเจคเตอร์ Wanbo Mini Projector

7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ Projector ที่เหมาะสม!

มินิโปรเจคเตอร์ ดีไซน์คลาสสิก พกพาง่าย มาพร้อมความคมชัด 480P รองรับการเล่นไฟล์ 1080P มาตราส่วนการฉาย 4:3 / 16:9 รองรับการฉายภาพ 40-120 นิ้ว ให้ความสว่างสูงถึง 200 ANSI ที่สำคัญอายุการใช้งาน ไฟ LED สูงถึง 20,000 ชั่วโมง

ตัวโปรเจคเตอร์มีลำโพง 3 watt speaker ให้เสียงคุณภาพสูง รองรับการเชื่อมต่อ USB, HDMI, รูเสียบหูฟัง 3.5 มม., AV สามารถเชื่อมต่อ Android box / Stick เพื่อใช้งานเป็น smart projector สร้างความลงตัวได้ทุกพื้นที่ และรับประกันสินค้านานถึง 1 ปี by Wanbo Thailand

2. มินิโปรเจคเตอร์ Wanbo X1 Pro Projector

7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ Projector ที่เหมาะสม!

โปรเจคเตอร์ สมาร์ท Android 9.0 รองรับการเล่น Netflix, Youtube และอื่น ๆ ให้ความคมชัด 720P รองรับการเล่นไฟล์ 1080P มาตราส่วนการฉาย 4:3 / 16:9 รองรับการฉายภาพ 40-120 นิ้ว มีความสว่าง 300 ANSI Lumens และอายุการใช้งาน ไฟ LED สูงถึง 20,000 ชั่วโมง

สำหรับโปรเจคเตอร์รุ่นนี้มีลำโพง 3 watt speaker ให้เสียงคุณภาพสูง รองรับการเชื่อมต่อ USB, HDMI , รูเสียบหูฟัง 3.5 มม., AV, Wifi 2.4 G & Bluetooth 4.0 รองรับการปรับ Four Key Stone Correction ได้ พร้อมทั้งรองรับการฉายภาพจากมือถือผ่าน wifi ทั้ง Android และ IOS (สมาร์ทโฟนและโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเดียวกัน) และรับประกันสินค้านาน 1 ปี by Wanbo Thailand

3. โปรเจคเตอร์ สมาร์ท ขนาดเล็ก Wanbo TT Projector

7 วิธีเลือกโปรเจคเตอร์ Projector ที่เหมาะสม!

โปรเจคเตอร์ สมาร์ท ขนาดเล็ก พกพาสะดวก ได้รับ Netflix certification สามารถดู Netflix ได้อย่างคมชัด ซึ่งมีระบบ LINUX สามารถใช้ app Netflix, Youtube, prime video ได้ (ไม่สามารถลง app อื่น ๆ เพิ่มเติมได้) และรองรับ DLNA และรองรับ Miracast (ไม่รองรับ IOS Airplay) การเชื่อมต่อง่ายมากผ่าน Wifi 2.4 G , 5G & Bluetooth 5.1

ขนาดมาตราส่วนการฉาย 4:3 / 16:9 สามารถรองรับการฉายภาพ 40-120 นิ้ว ให้ความสว่าง 650 ANSI Lumens มีความคมชัด 1080P และ HDR 10 รองรับการเล่นไฟล์ 4K อายุการใช้งาน ไฟ LED สูงถึง 20,000 ชั่วโมง และมาพร้อมลำโพง 5 watt speaker x2 ให้เสียงคุณภาพสูง มีระบบ Auto Focus และสามารถปรับ Four Key Stone Correction ได้รับประกันสินค้านาน 1 ปี by Wanbo Thailand

4. โปรเจคเตอร์พกพา Wanbo T2R Max Projector

โปรเจคเตอร์พกพา Wanbo T2R Max Projector

โปรเจคเตอร์ สมาร์ท Android 9.0 รองรับการเล่น Netflix , Youtube และอื่น ๆ มาพร้อมความคมชัด 1080P รองรับการเล่นไฟล์ 4K มาตราส่วนการฉาย 4:3 / 16:9 รองรับการฉายภาพ 40-120 นิ้ว ความสว่าง 350 ANSI Lumens มีอายุการใช้งาน ไฟ LED สูงถึง 20,000 ชั่วโมง

ซึ่งมีลำโพง 3 watt speaker x2 ให้เสียงคุณภาพสูง รองรับการเชื่อมต่อ USB, HDMI , รูเสียบหูฟัง 3.5 มม. และ Wifi 2.4 G & Bluetooth 4.0 นอกจากนี้ยังรองรับการปรับ Four Key Stone Correction และรองรับการฉายภาพจากมือถือผ่าน wifi ทั้ง Android และ IOS (สมาร์ทโฟนและโปรเจคเตอร์เชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเดียวกัน) ส่วนการรับประกันสินค้านาน 1 ปี by Wanbo Thailand

5. โปรเจคเตอร์ Wanbo Mozart 1 Projector

โปรเจคเตอร์ Wanbo Mozart 1 Projector

โปรเจคเตอร์ สมาร์ท Android 9.0 รองรับการเล่น Netflix, Youtube และอื่น ๆ ให้ความคมชัด 1080P  รองรับการเล่นไฟล์ 4K มีมาตราส่วนการฉาย 4:3 / 16:9 รองรับการฉายภาพ 55-150 นิ้ว ให้ความสว่าง 1000 ANSI Lumens มาพร้อมลำโพง 8 watt speaker x2 ให้เสียงคุณภาพอย่างสูงสุด 

รองรับการปรับ AI Auto Focus and Auto Keystone Correction และสามารถปรับขนาดภาพได้เอง หากมีสิ่งกีดขวางที่บริเวณฉายภาพ Memory  2 + 32 GB การเชื่อมต่อ Dual – Band Wifi 6 & Bluetooth 5.0 และรับประกันสินค้านาน 1 ปี by Wanbo Thailand

บทความแนะนำ

สรุป

สำหรับการติดตั้ง Wanbo Mini Projector นั้นง่ายมาก ซึ่งโปรเจคเตอร์แต่ละรุ่นจะมีคู่มืออย่างละเอียดมาให้ โดยเริ่มต้นจากการเลือกตำแหน่งการวางให้เหมาะสม พิจารณาขนาดหน้าจอรับภาพ ระยะห่างระหว่างโปรเจคเตอร์กับหน้าจอ ตำแหน่งของปลั๊กเสียบไฟ รวมทั้งตำแหน่งของผู้รับชม ที่สำคัญพื้นที่วางโปรเจคเตอร์ต้องมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อระบายความร้อน ลดผลเสียต่อโปรเจคเตอร์ในระยะยาว

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โทร : 02-922-0291

E-mail : support@uniquebig.com

line : @ubcbiz

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

uniquebig.com ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้เพื่อการบริหารเว็บไซต์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน